นับเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ และแฝงไปด้วยรายละเอียดที่ผ่านการเลือกเฟ้นในทุกดีเทลเป็นอย่างดี เมื่อ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ จับมือปอร์เช่ บริษัทยนตรกรรมหรูชื่อดังจากเยอรมนี ส่งมอบประสบการณ์ลีมูซีนพิเศษเหนือระดับผ่านยนตรกรรมสปอรต์ซาลูนสุดหรู เพื่อเพิ่มสีสันแห่งการเดินทางที่ทั้งโก้หรู และปราดเปรียวให้กับนักเดินทาง ในการลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ขนาบด้วยวิวของ ตึกระฟ้า และสีสันของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร เมืองที่ไม่เคยหลับใหล และฉาบเสน่ห์ของวัฒนธรรม ชีวิตประจำวันของคนต่างเจเนอเรชั่น หลากหลายเชื้อชาติไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
มิติใหม่แห่งการเดินทางนี้ ไม่เป็นแค่เพียงบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เท่านั้น ประสบการณ์การเข้าพักระดับลักซูรียังมาพร้อมกับความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่ผสมผสานการอนุรักษ์อัตลักษณ์เดิมเข้ากับการตีความใหม่ในบริบทที่โมเดิร์น และเป็นสากล ดังที่ปรากฏให้เห็นในตัวตึกสีทองอร่ามสะท้อนความงามอย่างหมดจด ในทุกมุมมอง ทั้งสองแบรนด์ยังได้แบ่งปันแนวคิด ‘Redefine the Art of the Journey’ ที่มีร่วมกัน ผ่านการกำหนดนิยามใหม่ของ “ศิลปะแห่งการเดินทาง” ด้วยการรังสรรค์บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ การเดินทาง โดยโอบอุ้มความสะดวกสบายและความหรูไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยการนำปอร์เช่ รถสปอร์ตซาลูนสุดหรู ระดับผู้บริหารมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริการรถลีมูซีน ที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางที่มีระดับจากทั่วโลกมายังโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่เป็นหมุดหมายสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานครด้วยสไตล์ที่แตกต่าง
บริการลีมูซีนของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ประกอบไปด้วยรถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive จำนวน 5 คัน รวมทั้งรถยนต์สุดหรูที่เตรียมไว้รองรับแขกคนพิเศษ ซึ่งได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันตามมาตรฐานของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ สำหรับความเอ็กซ์คลูซีฟตามแบบฉบับยนตรกรรมระดับเวิลด์คลาสของรถปอร์เช่ นอกจากเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพและเงียบสนิทแล้ว ยังมอบความสะดวกสบายและสไตล์ที่บ่งบอกถึงความแตกต่างเฉพาะตัว มาพร้อมห้องโดยสารภายในที่กว้างขวางและหรูหราอย่างที่สุด พร้อมกับเบาะนั่งที่บุด้วยหนังคุณภาพพรีเมียม
ความพิเศษด้วยพื้นที่วางขาอันโออ่าและกว้างขวางห้องโดยสารมอบความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร รองรับการเดินทางที่ไม่ว่าจะยาวนานแค่ไหน อีกทั้งพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนเทคโนโลยีที่ผสานกับความหรูหราได้อย่างครบครัน ด้วยระบบความบันเทิงล้ำสมัย การเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ทำให้ทุกการเดินทางไม่พลาดการติดต่อ รวมทั้งยังผ่อนคลายไปกับเวลาที่เป็นส่วนตัวในทุกทริปตามแต่ปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะสั้น ท่องเที่ยวในเมือง หรือแม้กระทั่งการเดินทาง ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษได้ตามใจต้องการ
“การจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกันกับปอร์เช่ นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความใส่ใจในการมอบประสบการณ์พิเศษไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังอยู่เหนือความคาดหมายของแขกผู้มาเยือน” มร.เอเดรียน รูดิน กรรมการผู้จัดการดุสิตธานี กรุงเทพ กล่าว “การบริการรถลีมูซีน ด้วยรถปอร์เช่ รุ่น Panamera 4 E-Hybrid Executive ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริการสำหรับการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความหรูหราและนวัตกรรมอันทันสมัย ซึ่งเป็นนิยามของการตีความดุสิตธานี กรุงเทพ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ เราเชื่อว่าบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้จะไม่ไช่เพียงแค่การยกระดับการเดินทางของผู้มาเยือน แต่ยังแสดงถึงมาตรฐานใหม่ของการบริการรถลีมูซีนระดับลักซูรีในกรุงเทพมหานครอีกด้วย”
สำหรับความร่วมมือระหว่างดุสิตธานี กรุงเทพ กับ ปอร์เช่ ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับที่พักที่หรูหราในกรุงเทพมหานคร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการรังสรรค์ประสบการณ์สุดประณีตกับนิยามใหม่ของศิลปะแห่งการเดินทาง ที่มอบทั้งความหรูหราและสมรรถนะที่ทรงพลังของปอร์เช่ ในแบบที่ไม่มีใครเสมอเหมือนให้แก่แขกผู้มาเยือนจากทั่วโลก ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ที่ใด แขกผู้มาเยือนยังมั่นใจได้ว่าพนักงานขับรถที่ประจำการในแต่ละคัน ได้ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีในศูนย์ฝึกมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสจากปอร์เช่ โดยยึดถือความปลอดภัย และความเที่ยงตรงเป็นที่ตั้ง ซึ่งเหล่าพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเหล่านี้จะสวมยูนิฟอร์มที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแสดงถึงความสง่างามโก้หรู ของทั้งดุสิตธานี กรุงเทพ และปอร์เช่ เป็นสำคัญ
เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ จับมือปอร์เช่ มอบประสบการณ์ ลีมูซีน รับ–ส่งสนามบินเหนือระดับ กับรถปอร์เช่ Panamera 4 E-Hybrid Executive สำหรับแขกที่จองห้องพักแบบคลับรูม หรือห้องสวีท รวมถึงแขกที่เลือกจองข้อเสนอสุดพิเศษ ‘Iconic Stay’ ที่ประกอบด้วย บริการรับส่งสนามบิน สิทธิ์รับประทานอาหารสุดพิเศษ ในชั้นคลับ, บริการ Devarana Mind & Wellness และเลทเช็คเอาท์ ได้ถึงเวลา 16.00 น. สามารถสำรองห้องพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2567 สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568 ได้ทาง dusit.com เพียงเท่านั้น





